หน้าแรก / คลังความรู้การเกษตร / วิธีปลูกแตงกวาในถุงพลาสติก พื้นที่น้อยก็ปลูกได้

วิธีปลูกแตงกวาในถุงพลาสติก พื้นที่น้อยก็ปลูกได้

เผยแพร่เมื่อ: 11 กันยายน 2569  •  ⏱️ 4 นาที
⏱️ 4 นาที
กขค

1. บทนำ

สวัสดีครับพี่น้องเกษตรกรและผู้รักการปลูกต้นไม้ทุกท่าน หลายคนอยากมีสวนผักกินเองที่บ้าน แต่ติดปัญหาเรื่องพื้นที่จำกัด เช่น อยู่คอนโด ทาวน์โฮม หรือมีบริเวณบ้านน้อย วันนี้ผมมีเทคนิคดีๆ มาแนะนำ นั่นคือ ‘การปลูกแตงกวาในถุงพลาสติก’ ครับ วิธีนี้นอกจากจะประหยัดพื้นที่แล้ว ยังดูแลรักษาง่าย โรคและแมลงรบกวนน้อย และที่สำคัญคือได้ผลผลิตเร็ว ใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 45-60 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวแตงกวากรอบๆ ปลอดสารพิษมากินฝีมือตัวเองได้แล้วครับ ไปดูอุปกรณ์และขั้นตอนกันเลยครับ!

2. อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมจะช่วยให้การปลูกเป็นไปอย่างราบรื่นครับ สิ่งที่เราต้องมี ีดังนี้:

  • ถุงพลาสติกดำสำหรับเพาะชำ (ขนาดประมาณ 12×15 นิ้ว หรือ 15×30 นิ้ว ขึ้นไป เพื่อให้มีพื้นที่รากเดินได้ดี)
  • เมล็ดพันธุ์แตงกวา (เลือกพันธุ์ที่ชอบ เช่น แตงกวาไฮบริด หรือแตงกวาลูกผสม ที่ทนทานต่อโรค)
  • ดินร่วนปนทราย หรือดินปลูกสำเร็จรูปที่ระบายน้ำได้ดี
  • ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก สำหรับผสมดิน
  • แกลบดำ หรือขุยมะพร้าว (เพื่อช่วยอุ้มน้ำและรักษาความชื้น)
  • ไม้หลัก หรือเชือกสำหรับทำค้าง ให้เถาแตงกวาเลื้อย
  • บัวรดน้ำ

3. ขั้นตอนการทำอย่างละเอียด

มาถึงขั้นตอนการลงมือทำกันแล้วครับ ทำตามสเต็ปนี้รับรองว่าสำเร็จแน่นอน:

ขั้นตอนที่ 1: การผสมดินปลูก

แตงกวาชอบดินร่วนซุยและระบายน้ำได้ดี ให้ผสมดินร่วน 2 ส่วน / ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน / และขุยมะพร้าวหรือแกลบดำ 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำไปกรอกใส่ถุงพลาสติกดำที่เตรียมไว้ (พับขอบถุงลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ตักดินง่าย) เติมดินให้เกือบเต็มถุง

ขั้นตอนที่ 2: การหยอดเมล็ด

ใช้นิ้วมือหรือไม้กวาดกดลงไปตรงกลางถุงให้เป็นหลุมลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร หยอดเมล็ดพันธุ์แตงกวาลงไปหลุมละ 2-3 เมล็ด เพื่อเผื่ออัตราการงอก จากนั้นกลบด้วยดินบางๆ และรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าให้แฉะ ตั้งถุงไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดรำไร

ขั้นตอนที่ 3: การคัดเลือกต้นกล้า

เมื่อเมล็ดงอกและเติบโตมีใบจริงประมาณ 3-4 ใบ (ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน) ให้ทำการคัดเลือกต้นที่สมบูรณ์ที่สุดไว้เพียง 1 ต้นต่อถุง โดยการเด็ดหรือตัดต้นที่อ่อนแอออก

ขั้นตอนที่ 4: การทำค้างให้แตงกวา

เมื่อแตงกวาอายุได้ประมาณ 20-25 วัน เริ่มมีมือเกาะ ให้ปักไม้หลักลงในถุงพลาสติก (ระวังโดนราก) แล้วโยงเชือกขึ้นไปด้านบน หรือทำค้างไม้ไผ่ไขว้กัน เพื่อให้เถาแตงกวาได้เลื้อยขึ้นที่สูง รับแสงแดดได้เต็มที่และผลไม่ติดดินเน่าเสีย

ขั้นตอนที่ 5: การดูแลรักษาและให้ปุ๋ย

  • การให้น้ำ: รดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง (เช้าและเย็น) ช่วงที่แตงกวากำลังออกดอกและติดผล ต้องให้น้ำสม่ำเสมอ แต่อย่าให้มีน้ำขังเพราะรากจะเน่า
  • การใส่ปุ๋ย: เมื่ออายุได้ 15 วัน ให้ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยสูตรเสมอ (15-15-15) เล็กน้อยเพื่อบำรุงต้น และเมื่อเริ่มออกดอกให้เปลี่ยนเป็นปุ๋ยสูตรตัวท้ายสูง (เช่น 13-13-21) เพื่อเร่งการติดผล

ขั้นตอนที่ 6: การเก็บเกี่ยว

แตงกวาจะเริ่มออกดอกและติดผลเมื่ออายุประมาณ 40-45 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้โดยใช้กรรไกรตัดขั้ว ระวังอย่าดึงเพราะจะทำให้เถาขาดเสียหายครับ

4. เคล็ดลับเพิ่มเติม

เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ จากประสบการณ์ที่จะช่วยให้คุณปลูกแตงกวาได้ผลผลิตดียิ่งขึ้น:

  • การช่วยผสมเกสร: หากปลูกในพื้นที่ปิด ไม่มีแมลงช่วยผสมเกสร สามารถใช้คอตตอนบัดเขี่ยละอองเกสรจากดอกตัวผู้ (ดอกเดี่ยวๆ ไม่มีลูกข้างใต้) ไปป้ายที่เกสรของดอกตัวเมีย (สังเกตง่ายๆ จะมีลูกแตงกวาจิ๋วติดมาด้วยที่โคนดอก) ในช่วงเช้าตรู่ จะช่วยให้ติดผลดกขึ้น
  • การเจาะรูระบายน้ำ: อย่าลืมเจาะรูก้นถุงพลาสติกหลายๆ รู เพื่อป้องกันน้ำขัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรครากเน่า
  • การป้องกันโรค: หากพบใบที่เป็นโรคหรือมีแมลงศัตรูพืช ให้รีบเด็ดใบทิ้งทันทีเพื่อไม่ให้ลุกลาม และอาจใช้สารสกัดจากธรรมชาติเช่นน้ำส้มควันไม้ฉีดพ่นไล่แมลง
Prasert Farm

Prasert Farm Team

แหล่งรวมข้อมูล นวัตกรรม เทคโนโลยี และข่าวสารการเกษตรอัปเดตใหม่ล่าสุด เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยสู่ Smart Farmer