พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ด้วยวิทยาศาสตร์ข้อมูล
เป็นเวลาหลายศตวรรษที่การศึกษาประวัติศาสตร์โบราณต้องพึ่งพาการแปลความหมายจากข้อความคลาสสิก การตรวจสอบจารึก และโบราณวัตถุตามแหล่งกำเนิดหรือในพิพิธภัณฑ์เป็นหลัก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้พลิกโฉมหน้าวงการนี้ไปอย่างสิ้นเชิง
การ digitization หรือการแปลงข้อมูลชุดโบราณคดีขนาดใหญ่ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ควบคู่ไปกับการพัฒนาวิธีการเชิงปริมาณที่สามารถรวมบันทึกนับล้านที่กระจัดกระจายเข้าไว้ด้วยกัน ได้นำพางานวิจัยประวัติศาสตร์เข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว
ก้าวสู่ยุค Data Science ในงานโบราณคดี
เช่นเดียวกับสาขาวิชาวิทยาศาสตร์อื่นๆ ที่ได้รับประโยชน์จากการประมวลผลข้อมูลมหาศาล ปัจจุบันโบราณคดีและประวัติศาสตร์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคของวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยให้นักวิจัยสามารถมองเห็นภาพรวมและเชื่อมโยงเบาะแสทางประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้