ไขปริศนาช่องว่างแห่งความดึงดูดระหว่างเพศ
จากการศึกษาขนาดใหญ่โดยสถาบัน Max Planck Institute for Empirical Aesthetics (MPIEA) เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี พบความจริงที่น่าสนใจว่า ใบหน้าของผู้หญิงมักได้รับคะแนนความน่าดึงดูดสูงกว่าผู้หญิง เมื่อเทียบกับใบหน้าของผู้ชาย โดยปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในทุกวัฒนธรรม ทุกกลุ่มอายุ และทุกกลุ่มความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “ช่องว่างแห่งความน่าดึงดูดระหว่างเพศ” (Gender Attractiveness Gap – GAP)
เจาะลึกเบื้องหลังข้อมูลความงาม
บทความตีพิมพ์ใหม่ในวารสาร Current Opinion in Psychology ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องหลังปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างละเอียด โดยพบประเด็นสำคัญดังนี้:
- ใบหน้าผู้ชายโดยเฉลี่ยมีคะแนนความน่าดึงดูดต่ำกว่าผู้หญิงอย่างเห็นได้ชัด
- แม้ค่าเฉลี่ยจะต่ำกว่า แต่ผู้ชายในกลุ่มระดับบนสุด (Upper tier) กลับมีความโดดเด่นเป็นพิเศษและทำคะแนนได้สูงไม่แพ้กัน
- ผลลัพธ์นี้มีความสอดคล้องกันไม่ว่าจะวัดจากมุมมองของวัฒนธรรมใด กลุ่มอายุใด หรือแม้แต่รสนิยมทางเพศที่แตกต่างกัน
งานวิจัยชิ้นนี้ช่วยให้เราเข้าใจกลไกการรับรู้ความงามของมนุษย์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ว่าปัจจัยทางเพศมีผลต่อการประเมินความดึงดูดทางสายตาอย่างไร แม้ว่ามาตรฐานความงามจะมีความหลากหลายก็ตาม