1. บทนำ
สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรและผู้รักการปลูกต้นไม้ทุกท่าน หลายครั้งที่เราทำอาหารเสร็จแล้วมักจะมีเศษผัก ผลไม้เหลือทิ้งในครัวเรือน เช่น เปลือกกล้วย เปลือกส้ม เศษผักบุ้ง กะหล่ำปลี หรือแก้วมังกร ของเหล่านี้มักจะถูกทิ้งลงถังขยะอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้คือขุมทรัพย์ทางเกษตรชั้นดี!
วันนี้ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร จะมาแนะนำวิธีเปลี่ยนขยะในครัวให้กลายเป็น ‘น้ำหมักชีวภาพ’ หรือปุ๋ยน้ำอินทรีย์คุณภาพสูง ที่อุดมไปด้วยธาตุอาหารและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยให้พืชผักเติบโตไว ดินร่วนซุย และที่สำคัญคือ ทำง่าย ต้นทุนต่ำ และปลอดภัยไร้สารเคมี ครับ
2. อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
การทำน้ำหมักชีวภาพสูตรครัวเรือนนี้ใช้อุปกรณ์น้อยมาก หาได้ง่ายๆ ตามบ้าน ดังนี้ครับ:
- เศษผักและผลไม้สด: 3 กิโลกรัม (แนะนำให้หลากหลายชนิด และหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ย่อยสลายเร็วขึ้น หลีกเลี่ยงของมัน ของทอด และเนื้อสัตว์)
- กากน้ำตาล (Molasses): 1 กิโลกรัม (ทำหน้าที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์)
- หัวเชื้อจุลินทรีย์ (EM): 1 ช้อนโต๊ะ (ช่วยเร่งกระบวนการหมักให้เร็วขึ้นและดับกลิ่น)
- น้ำสะอาด: 10 ลิตร (ควรใช้น้ำประปาที่พักไว้ให้คลอรีนระเหยออกหมดแล้ว หรือใช้น้ำฝน)
- ภาชนะมีฝาปิดสนิท: ถังพลาสติกทึบแสง (ขนาดประมาณ 15-20 ลิตร เพื่อให้มีพื้นที่เหลือสำหรับแก๊สที่เกิดจากการหมัก)
- กระดาษกาวและปากกา: สำหรับเขียนวันที่เริ่มต้นหมัก
3. ขั้นตอนการทำอย่างละเอียด
มาลงมือทำไปพร้อมๆ กันทีละขั้นตอนเลยครับ รับรองว่าทำตามได้แน่นอน:
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมวัตถุดิบ
นำเศษผักและผลไม้ที่เตรียมไว้มาล้างทำความสะอาด (เพื่อล้างสารเคมีตกค้าง) จากนั้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมาสับหรือหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดประมาณ 1-2 นิ้ว การทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดีขึ้น
ขั้นตอนที่ 2: ผสมส่วนผสม
นำน้ำสะอาด 10 ลิตร เทใส่ถังพลาสติกที่เตรียมไว้ จากนั้นเทกากน้ำตาล 1 กิโลกรัม และหัวเชื้อจุลินทรีย์ (EM) 1 ช้อนโต๊ะ ลงไป ใช้ไม้พายคนส่วนผสมทั้งหมดให้ละลายเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 3: หมักรวมกัน
ใส่เศษผักและผลไม้ที่หั่นแล้วลงไปในถังที่มีส่วนผสมของน้ำกากน้ำตาล คนให้เข้ากันอีกครั้งเพื่อให้เศษผักจมลงไปในน้ำหมัก
ขั้นตอนที่ 4: ปิดฝาและรอเวลา
ปิดฝาถังให้สนิท (แต่ไม่ต้องแน่นจนเกินไป เพื่อให้แก๊สสามารถระบายออกได้บ้าง) นำไปเก็บไว้ในที่ร่มและAแห้ง ไม่ให้โดนแสงแดดส่องถึงโดยตรง เขียนวันที่เริ่มต้นหมักแปะไว้ที่ข้างถัง
ขั้นตอนที่ 5: การดูแลระหว่างหมัก
ในช่วง 7 วันแรก ควรเปิดฝาถังเพื่อระบายแก๊สออกวันละ 1 ครั้ง และคนส่วนผสมด้านบนให้จมลงไป หลังจากนั้นสามารถเปิดดูสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ระยะเวลาในการหมักจะอยู่ที่ประมาณ 15 – 30 วัน สังเกตว่าน้ำหมักจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นหอมอมเปรี้ยวคล้ายผลไม้หมัก แสดงว่าใช้ได้แล้วครับ
4. เคล็ดลับเพิ่มเติม
- อัตราส่วนการใช้งาน: นำน้ำหมักที่กรองเอาแต่น้ำ 20 มิลลิลิตร (ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) ผสมกับน้ำสะอาด 20 ลิตร ใช้รดราดโคนต้นไม้หรือฉีดพ่นทางใบ ทุกๆ 5-7 วัน จะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีเยี่ยม
- หากเกิดกลิ่นเหม็นเน่า: แสดงว่ามีความชื้นมากเกินไป หรือมีเศษเนื้อสัตว์ปะปน ให้เติมกากน้ำตาลเพิ่มลงไปอีกครึ่งกิโลกรัม แล้วคนให้เข้ากัน จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นได้
- กากผักที่เหลือ: เมื่อกรองเอาน้ำหมักไปใช้หมดแล้ว กากผักที่เหลืออย่านำไปทิ้ง สามารถนำไปฝัง 3. ใต้โคนต้นไม้ หรือผสมลงในดินปลูก เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุยได้อีกด้วยครับ