นักลงทุนรักษ์โลกอาจไม่ได้ช่วยลดมลพิษภาพรวมเสมอไป
ในปัจจุบัน นักลงทุนที่ใช้เกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มีบทบาทสำคัญเปรียบเสมือนผู้กำกับดูแลภาคเอกชน โดยใช้อิทธิพลที่มีผลักดันให้บริษัทต่างๆ ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมากขึ้น
ผลการศึกษาจาก Strategic Management Journal
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Strategic Management Journal กลับพบมุมมองที่น่า “จับตามอง” ว่า แม้บริษัทที่เผชิญกับแรงกดดันด้าน ESG อย่างเข้มข้นจะปล่อยมลพิษโดยตรงลดลง แต่ในหลายกรณีพวกเขากลับ “ผลักภาระมลพิษไปให้ซัพพลายเออร์” แทน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วไม่ได้ช่วยลดปริมาณการปล่อยมลพิษในภาพรวมลงเลย
ทางออกเพื่อแก้ปัญหาการซ่อนมลพิษ
จากการศึกษายังพบหลักฐานสำคัญอีกว่า การส่งต่อมลพิษลักษณะนี้สามารถลดลงได้ หากนักลงทุนยื่นมือเข้ามาช่วยสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ นำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ พร้อมทั้งช่วยเข้าไปตรวจสอบและดูแลการดำเนินPงานของซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด
สรุปประเด็นสำคัญ:
- แรงกดดัน ESG ทำให้บริษัทลดการปล่อยมลพิษโดยตรง
- บริษัทบางแห่งแก้ปัญหาด้วยการจ้างซัพพลายเออร์ที่มีการปล่อยมลพิษสูงแทน (Outsourcing pollution)
- มลพิษในภาพรวม (Combined emissions) จึงยังคงเท่าเดิม
- ทางแก้คือ นักลงทุนต้องสนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียวและร่วมตรวจสอบซัพพลายเออร์อย่างจริงจัง