หน้าแรก / ข่าวสารการเกษตร / ตีแผ่งานวิจัยใหม่: แรงกดดัน ESG อาจทำให้บริษัทผลักภาระมลพิษไปยังซัพพลายเออร์แทนการลดจริง

ตีแผ่งานวิจัยใหม่: แรงกดดัน ESG อาจทำให้บริษัทผลักภาระมลพิษไปยังซัพพลายเออร์แทนการลดจริง

เผยแพร่เมื่อ: 1 กันยายน 2569  •  ⏱️ 2 นาที
⏱️ 2 นาที
กขค

นักลงทุนรักษ์โลกอาจไม่ได้ช่วยลดมลพิษภาพรวมเสมอไป

ในปัจจุบัน นักลงทุนที่ใช้เกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มีบทบาทสำคัญเปรียบเสมือนผู้กำกับดูแลภาคเอกชน โดยใช้อิทธิพลที่มีผลักดันให้บริษัทต่างๆ ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมากขึ้น

ผลการศึกษาจาก Strategic Management Journal

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Strategic Management Journal กลับพบมุมมองที่น่า จับตามอง ว่า แม้บริษัทที่เผชิญกับแรงกดดันด้าน ESG อย่างเข้มข้นจะปล่อยมลพิษโดยตรงลดลง แต่ในหลายกรณีพวกเขากลับ ผลักภาระมลพิษไปให้ซัพพลายเออร์ แทน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วไม่ได้ช่วยลดปริมาณการปล่อยมลพิษในภาพรวมลงเลย

ทางออกเพื่อแก้ปัญหาการซ่อนมลพิษ

จากการศึกษายังพบหลักฐานสำคัญอีกว่า การส่งต่อมลพิษลักษณะนี้สามารถลดลงได้ หากนักลงทุนยื่นมือเข้ามาช่วยสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ นำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ พร้อมทั้งช่วยเข้าไปตรวจสอบและดูแลการดำเนินPงานของซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด

สรุปประเด็นสำคัญ:

  • แรงกดดัน ESG ทำให้บริษัทลดการปล่อยมลพิษโดยตรง
  • บริษัทบางแห่งแก้ปัญหาด้วยการจ้างซัพพลายเออร์ที่มีการปล่อยมลพิษสูงแทน (Outsourcing pollution)
  • มลพิษในภาพรวม (Combined emissions) จึงยังคงเท่าเดิม
  • ทางแก้คือ นักลงทุนต้องสนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียวและร่วมตรวจสอบซัพพลายเออร์อย่างจริงจัง
Prasert Farm

Prasert Farm Team

แหล่งรวมข้อมูล นวัตกรรม เทคโนโลยี และข่าวสารการเกษตรอัปเดตใหม่ล่าสุด เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยสู่ Smart Farmer