หน้าแรก / ข่าวสารการเกษตร / ผลวิจัยชี้ ใบหน้าผู้ชายได้คะแนนความน่าดึงดูดเฉลี่ยต่ำกว่าผู้หญิง แต่กลุ่มท็อปสุดยังคงโดดเด่นไม่แพ้กัน

ผลวิจัยชี้ ใบหน้าผู้ชายได้คะแนนความน่าดึงดูดเฉลี่ยต่ำกว่าผู้หญิง แต่กลุ่มท็อปสุดยังคงโดดเด่นไม่แพ้กัน

เผยแพร่เมื่อ: 8 กันยายน 2569  •  ⏱️ 2 นาที
⏱️ 2 นาที
กขค

ไขปริศนาช่องว่างแห่งความดึงดูดระหว่างเพศ

จากการศึกษาขนาดใหญ่โดยสถาบัน Max Planck Institute for Empirical Aesthetics (MPIEA) เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี พบความจริงที่น่าสนใจว่า ใบหน้าของผู้หญิงมักได้รับคะแนนความน่าดึงดูดสูงกว่าผู้หญิง เมื่อเทียบกับใบหน้าของผู้ชาย โดยปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในทุกวัฒนธรรม ทุกกลุ่มอายุ และทุกกลุ่มความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “ช่องว่างแห่งความน่าดึงดูดระหว่างเพศ” (Gender Attractiveness Gap – GAP)

เจาะลึกเบื้องหลังข้อมูลความงาม

บทความตีพิมพ์ใหม่ในวารสาร Current Opinion in Psychology ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องหลังปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างละเอียด โดยพบประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ใบหน้าผู้ชายโดยเฉลี่ยมีคะแนนความน่าดึงดูดต่ำกว่าผู้หญิงอย่างเห็นได้ชัด
  • แม้ค่าเฉลี่ยจะต่ำกว่า แต่ผู้ชายในกลุ่มระดับบนสุด (Upper tier) กลับมีความโดดเด่นเป็นพิเศษและทำคะแนนได้สูงไม่แพ้กัน
  • ผลลัพธ์นี้มีความสอดคล้องกันไม่ว่าจะวัดจากมุมมองของวัฒนธรรมใด กลุ่มอายุใด หรือแม้แต่รสนิยมทางเพศที่แตกต่างกัน

งานวิจัยชิ้นนี้ช่วยให้เราเข้าใจกลไกการรับรู้ความงามของมนุษย์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ว่าปัจจัยทางเพศมีผลต่อการประเมินความดึงดูดทางสายตาอย่างไร แม้ว่ามาตรฐานความงามจะมีความหลากหลายก็ตาม

Prasert Farm

Prasert Farm Team

แหล่งรวมข้อมูล นวัตกรรม เทคโนโลยี และข่าวสารการเกษตรอัปเดตใหม่ล่าสุด เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยสู่ Smart Farmer